ข้ามไปเนื้อหา

ByteDance, Tencent, Alibaba หันเกม — เลิกเดินตาม Silicon Valley

ยุทธศาสตร์ AI จีนเปลี่ยนรูป: ยักษ์ใหญ่กลับมาเน้น “จุดแข็งเดิม” หลังจากทิ้ง Silicon Valley ไปนาน

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีนอย่าง ByteDance, Tencent และ Alibaba ต่างเริ่มปรับทิศทางการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างชัดเจน โดยเลิกตามรอย Silicon Valley ที่เคยเป็นแรงบันดาลใจ และหันกลับมาเน้น “จุดแข็งเดิม” หรือ core competency ของตนเองแทน รายงานจากเว็บไซต์ 36Kr ระบุว่า แนวโน้มนี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในวิสัยทัศน์การเติบโตของอุตสาหกรรม AI ของจีน

ByteDance กลับมาใช้ “ข้อมูล” เป็นอาวุธหลัก

ByteDance ซึ่งเป็นเจ้าของ TikTok และ Doubao ได้เร่งพัฒนาโมเดล AI ที่อาศัยข้อมูลขนาดใหญ่จากพฤติกรรมผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ อย่างเต็มที่ โดย Doubao ซึ่งเป็นแชทบอท AI ที่พัฒนาขึ้นภายในบริษัท ถูกออกแบบให้สามารถเรียนรู้และปรับตัวจากข้อมูลเชิงพฤติกรรม (behavioral data) ที่สะสมมานาน ทำให้ตอบสนองได้แม่นยำกว่าโมเดลทั่วไปที่พึ่งพาข้อมูลสาธารณะเพียงอย่างเดียว

“เราไม่จำเป็นต้องไล่ตามโมเดลขนาดใหญ่ที่สุดเสมอไป” แหล่งข่าวจากภายในบริษัทเปิดเผย “แต่เราใช้ข้อมูลเฉพาะทางที่มีอยู่ในระบบของเรา ซึ่งเป็นทรัพยากรที่ไม่มีใครเลียนแบบได้”

Tencent เน้น AI สำหรับ “การค้าผ่านโซเชียลมีเดีย”

ขณะที่ Tencent กลับมาเน้นบทบาทของ WeChat ไม่ใช่แค่แอปส่งข้อความ แต่เป็นแพลตฟอร์ม AI ที่เชื่อมโยงการสื่อสาร การชำระเงิน และการขายสินค้าเข้าไว้ด้วยกัน แผนงานของ WeChat AI คือการสร้างระบบนิเวศที่ผู้ใช้สามารถค้นหาสินค้า สอบถามข้อมูล และสั่งซื้อผ่านแชทได้ภายในไม่กี่คลิก

“Social commerce คือจุดแข็งที่เราไม่อาจปล่อยให้ใครมาครอบครองได้” ผู้บริหารระดับสูงของ Tencent กล่าว พร้อมชี้ว่า การผสาน AI เข้ากับ WeChat ช่วยเพิ่มอัตราการแปลงยอดขาย และลดอัตราการละทิ้ง (cart abandonment) ได้อย่างมีนัยสำคัญ

Alibaba โฟกัส AI เพื่อธุรกิจระดับองค์กร

ในขณะที่คู่แข่งเน้นผู้บริโภค Alibaba กลับเลือกเดินเส้นทาง Enterprise AI ด้วย Qianwen ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานในองค์กรขนาดใหญ่ เช่น การบริหารจัดการซัพพลายเชน การวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจ และการสนับสนุนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์

Qianwen ไม่ได้แข่งขันด้านความเร็วหรือขนาดของโมเดลเพียงอย่างเดียว แต่เน้นความแม่นยำในการประมวลผลข้อมูลเชิงพาณิชย์ และการปรับใช้ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ซึ่งตรงกับความต้องการของลูกค้าองค์กรที่มีข้อจำกัดด้านความปลอดภัยของข้อมูล

จีนเลิก “ลอกเลียนแบบ Silicon Valley”

36Kr วิเคราะห์ว่า ความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ยักษ์ใหญ่จีนเริ่มเข้าใจว่า การพึ่งพาโมเดล AI ที่พัฒนาโดยบริษัทตะวันตก หรือพยายามสร้าง “โมเดลใหญ่ที่สุด” ไม่ใช่คำตอบที่ยั่งยืน แทนที่จะตามกระแส พวกเขาเลือกใช้ “gene drive” หรือพลังขับเคลื่อนจากโครงสร้างพื้นฐานเดิม — ข้อมูลผู้ใช้ ระบบนิเวศการค้า หรือเครือข่ายธุรกิจ — เพื่อสร้าง AI ที่มีเอกลักษณ์และแข็งแกร่งในตลาดเฉพาะของตน

การกลับมาเน้นจุดแข็งเดิมนี้ อาจกลายเป็นรูปแบบใหม่ของ “การแข่งขัน AI” ในเอเชีย — ไม่ใช่แค่ด้านเทคโนโลยี แต่คือการใช้ทรัพยากรเฉพาะตัวให้เกิดประโยชน์สูงสุด.


บทความที่เกี่ยวข้อง:

← กลับบล็อก RSS

อ่านต่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง

อุตสาหกรรม

Elon Musk เรียก AI ว่า "คลื่นสึนามิความเร็วเหนือเสียง" — วอลล์สตรีทกังวลค่าใช้จ่าย

Elon Musk เปรียบ AI เป็น "คลื่นสึนามิความเร็วเหนือเสียง" ขณะที่นักลงทุนวอลล์สตรีทเริ่มตั้งคำถามว่าใครจะจ่ายค่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI มหาศาลต่อไป

อุตสาหกรรม

Meta และ Google เตรียมเข้าร่วมประชุม AI ระดับทำเนียบขาว — หารือกรอบนโยบาย AI สหรัฐฯ

Meta และ Google เตรียมเข้าร่วมการประชุม AI ที่ทำเนียบขาวในวันอังคาร เพื่อหารือเกี่ยวกับกรอบนโยบาย AI ของสหรัฐฯ ท่ามกลางการถกเถียงเรื่อง Open Source vs Closed Source

อุตสาหกรรม

Microsoft และ Amazon ประกาศผลประกอบการ AI เกินคาด — หุ้นพุ่งพร้อมกัน

Microsoft และ Amazon ประกาศผลประกอบการด้าน AI ที่เกินความคาดหมาย ส่งผลให้หุ้นทั้งสองพุ่งขึ้นพร้อมกัน ขณะที่ Meta ถูกนักลงทุนตั้งคำถามเรื่องการใช้จ่าย AI